Project Description

 

เติมพลังข้าวอินทรีย์ ด้วยความสุนทรีย์ของชาวนา

ข้าวเพลงรัก ข้าวอินทรีย์ที่เกิดจากความสุนทรีย์ของชาวนา จากการปลูกข้าวด้วยความรักผ่านเสียงเพลง และให้ต้นข้าวได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ นอกจากนี้เบนซ์ยังมีการวางแผนการทำนาในแต่ละปี เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด และมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนาให้ดีขึ้น อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชาวนาไทยให้เป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรีอย่างสมเกียรติ

 

ชื่อ : เกริกกฤษณ์ กมลวิมุตศานต์ (เบนซ์)

ธุรกิจ : ข้าวเพลงรัก

จังหวัด : กรุงเทพมหานคร

 

จุดเริ่มต้นจากปัญหาของชาวนาไทย

ในปี พ.ศ. 2556 เป็นช่วงที่ชาวนาไทยประสบปัญหาอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาข้าว หรือเรื่องหนี้สินที่เกิดขึ้น เบนซ์เกิดความสงสัยว่าทำไมชาวนาไทยถึงต้องเผชิญกับความลำบากดังกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงตัดสินใจค้นหาคำตอบด้วยการไปเรียนปลูกข้าวอินทรีย์ที่มูลนิธิข้าวขวัญ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อเรียนจบ จึงได้ลงมือทำนาด้วยตนเอง และได้พบว่าปัญหาหลักของชาวนาไทยคือ การใช้สารเคมี ส่งผลให้ข้าวมีต้นทุนสูง อีกทั้งชาวนาอำนาจต่อรองน้อยกว่าพ่อค้าคนกลาง จึงมีราคาขายที่ต่ำ

 

ความรักที่ถ่ายทอดสู่ต้นข้าวและชาวนา

ในช่วงที่ทำนานั้น เบนซ์ได้เปิดเพลงฟังไปด้วยเพื่อความเพลิดเพลิน จึงเกิดความคิดในการเปิดเพลงให้ข้าวฟัง และได้ทำการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบทเพลงและการสื่อสารในเชิงบวกกับการเจริญเติบโตของพืช จึงได้ค้นพบงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนแนวความคิดดังกล่าว อีกทั้งได้ทำการทดลองด้วยตนเอง และพบว่าได้ผลที่สอดคล้องกัน จึงได้นำเพลงรักของคุณบอย โกสิยพงษ์ มาเปิดให้ต้นข้าวในนาฟัง ควบคู่ไปกับการดูแลเอาใจใส่นาข้าวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งนอกจากเบนซ์จะมอบความรักให้กับต้นข้าวแล้ว ยังได้มอบความรักให้กับชาวนา โดยการสร้างเครือข่ายชาวนาที่มีการทำนาแบบอินทรีย์ และให้สิทธิ์ชาวนาในการกำหนดราคาข้าวเปลือกได้ เพื่อให้ชาวนาในเครือข่ายได้รับผลตอบแทนอย่างสมเกียรติ

 

เกียรติและศักดิ์ศรีของชาวนาไทย

เมื่อชาวนาสามารถกำหนดราคาข้าวที่ตนเองปลูกได้อย่างเหมาะสมนั้น ก็เท่ากับว่าพวกเขาได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีภาระหนี้สินลดลง สามารถผลิตข้าวอินทรีย์ให้ผู้บริโภคได้รับประทานข้าวที่มีคุณภาพดี ได้อย่างสมเกียรติและศักดิ์ศรีของชาวนาไทย

 

คำสอนของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่พึงระลึกอยู่เสมอ

การทำเพื่อส่วนรวม จากที่ได้เห็นพระองค์ท่าน ทรงงานเพื่อคนไทยทั้งประเทศ ท่านทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทุกท้องถิ่น เพื่อพัฒนา สร้างความเจริญ เพราะเราทุกคนอยู่ในสังคม การที่เราทำให้สังคมดีขึ้น ท้ายที่สุด ทุกคนก็ได้รับสิ่งดี ๆ รวมทั้งตัวเรา และคนใกล้ตัวด้วย

 

สิ่งที่อยากฝากไว้ในฐานะ พอแล้วดี The Creator รุ่น 2

การได้รับโอกาสจากโครงการพอแล้วดี เป็นสิ่งที่มีค่าอย่างมาก ได้เข้ามาเรียนรู้ศาสตร์พระราชา ได้เข้าใจปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อย่างลึกขึ้นกว่าเดิม และทำให้รู้ว่า นำไปใช้ได้กับทุกธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงคิดว่า การนำหลักการนี้ ถ่ายทอดสู่คนอื่น จะช่วยให้สังคมดีขึ้น ประเทศเจริญขึ้นอย่างยั่งยืน