13095789_1704475343140598_2509075047974955716_n

การสร้างแบรนด์บนพื้นฐานความพอเพียง ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อสร้างแบรนด์ให้ยั่งยืนและอยู่ได้นั้น ประยุกต์ใช้จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ที่พูดถึง ห่วงความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน กับเงื่อนไขความรู้ และเงื่อนไขคุณธรรม

ซึ่งในเชิงของการทำธุรกิจแล้ว 3 หลักการ กับ 2 เงื่อนไข ของการสร้างแบรนด์อย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง แตกต่างกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตรงที่ “ความพอประมาณ” ถูกมองในภาพที่ใหญ่ขึ้น กลายเป็นหลักการของการ “รู้จักตัวเอง” ที่แบรนด์ต้องรู้จัก ประเมิน และวิเคราะห์ตนเองให้ได้ หรือในภาษาการทำธุรกิจก็คือการทำ SWOT (การวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค)

แต่ถ้ามองในตัวบุคคลแล้ว การรู้จักตัวเองก็หมายถึง การที่รู้ว่าตัวเรากำลังทำอะไรอยู่ รู้ว่าตัวเองจะพอเพียงได้อย่างไร หากแต่การที่ทุกคนคิดว่าคนเราจะ “พอเพียง” ได้นั้น จำเป็นจะต้องมีกิจการ มีทรัพย์สินเป็นของตัวเองก่อน แล้วถึงจะมีความสุขและพอเพียงกับสิ่งที่มีได้ ….เป็นความคิดที่ “ไม่ถูกต้อง” ในมุมมองของ “พอแล้วดี”

เพราะในความจริงแล้ว ความ “พอดี” นั้นสามารถวัดได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะมองมันอย่างไร อาจจะวัดกันที่จิตใจมากกว่าทรัพย์สินที่มี ถ้าเรามีความสุขกับการทำงาน ถึงแม้จะได้เงินเดือนไม่มาก แต่เราก็มีความสุขได้… หรือในด้านครอบครัว หากเราไม่มีเงินเพียงพอที่จะส่งให้คุณพ่อคุณแม่…เราก็อาจเลือกที่จะโทรหาพวกท่านบ่อยๆ กลับไปเยี่ยมพวกท่านบ่อยๆ ให้พวกท่านมีความสุข…แค่นี้ก็เรียกว่า “พอเพียง” ได้ แถมมี “ความสุข” อีกด้วย

การรู้จักตัวเองในที่นี้จึงหมายถึง “รู้ตัวเองว่าเรากำลังทำอะไรอยู่” ประมาณตัวเองว่าเรามีรายได้เท่าไหร่ เราใช้เงินเท่าไหร่ ซื้อของที่แพงเกินตัวหรือเปล่า…เมื่อมีเงินพอ ไม่เดือดร้อนใคร…ก็ย่อมซื้อได้ แต่ถ้าซื้อแล้วทำให้ตัวเองหรือคนรอบข้างเดือดร้อน…นั่นคือไม่พอเพียง….จึงขอเป็นกระบอกเสียงให้ทุกคนรู้จักและเข้าใจความหมายที่แท้จริงของ การรู้จักตัวเอง เพื่อความพอเพียง…เพราะไม่ว่าใครก็สามารถที่จะ “พอเพียง” ได้ และ ที่สำคัญ เมื่อ “พอ” แล้วก็จะ “ดี” เอง