img_2457

คุณอุไรวรรณ ชัยพิพัฒน์ หรือคุณใหม่ เจ้าของธุรกิจบ้านไก่ม่วนและปิ๊กบ้าน จังหวัดลำพูน อีกหนึ่งชีวิตคนเมืองที่อยากจะหลบหลีกความวุ่นวายในกรุงเทพฯ ไปใช้ชีวิตแบบพอเพียงอยู่ได้โดยที่ไม่เดือดร้อน และที่สำคัญได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ดูแลคนที่ตนรัก

จากพนักงานคนหนึ่งที่ทำงานในสายภาพยนตร์ และ Event Organize มากว่าสามสิบปี ไม่มีเวลาได้เจอพ่อแม่ ไม่มีเวลาดูแลท่าน จนพอเริ่มนานวันคุณใหม่เริ่มมีความรู้สึกว่าพ่อแม่อายุมากขึ้น ต้องหาเวลามาดูแลท่านทั้งสองแล้ว สิ่งที่ตัวเองต้องการเลยเริ่มชัดเจนขึ้นว่าอยากทำอะไรก็ได้ที่สามารถทำไปด้วย และได้อยู่กับครอบครัวด้วย เริ่มต้นจากการหาว่าจะไปอยู่ที่ไหนดี และตามประสาคนชอบท่องเที่ยว คำตอบจึงเป็นประมาณว่าจะไปอยู่แถวภูเขา หรือทะเล แต่สุดท้ายก็มีความคิดว่า อยู่ตรงไหนก็ได้ที่พ่อแม่อยู่ด้วยได้ สุดท้ายจึงมาลงเอยที่ลำพูน เพราะแม่ซื้อที่ที่ลำพูนไว้นานแล้ว คุณใหม่คิดว่าถ้าอย่างนั้นมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ลำพูนเลยละกัน

img_2418

จุดที่ทำให้คุณใหม่รู้สึกพอกับงานประจำ คือความรู้สึกที่คิดว่ายังไงตัวเองต้องหาอย่างอื่นทำ เพราะเริ่มทนกับความเครียดไม่ไหว และรู้ตัวเองว่ามีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลง ซึ่งอาศัยความมีสติ รู้ตน ประมาณตนได้ พอรู้ว่าเป็นแบบนั้นจึงเริ่มมองหาอะไรที่เหมาะกับตัวเอง ใช้เหตุและผลมาสนับสนุนกับสิ่งที่คิด หลังจากที่ตัดสินใจว่าจะทำอะไร ก็มีการวางแผนเพราะรายได้หลักจะลดลง ต้องคิดว่าจะทำยังไงให้อยู่ได้ ซึ่งสิ่งต่างๆที่คิดมานี้ไปตรงกับหลักสามห่วงสองเงื่อนไข ซึ่งเป็นปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงโดยที่คุณใหม่ไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าได้ใช้หลักคิดแบบนี้เช่นกัน

ตอนนี้ธุรกิจบ้านไก่ม่วนมีร้านอาหาร ทำน้ำพริกส่งขาย และเป็นบ้านพักสำหรับผู้ที่แวะเวียนมา โดยจะมาทำกิจกรรมร่วมกันกับที่บ้าน กิจกรรมที่มีคือจะพาคนที่มาพักไปขี่จักรยาน ไปทำสวยดอกกับคนในชุมชน มีคุณป้า คุณย่า คุณยาย เป็นคนสอนพับสวยดอกสำหรับไหว้พระ ซึ่งถือว่าเป็นธรรมเนียมของคนที่นี่ในการไหว้พระทำบุญ แล้วก็ตำน้ำพริกร่วมกัน ผู้ที่มาพักสามารถเก็บผักในสวนเอามาทำกับข้าวได้ อันนี้คือในส่วนของบ้านไก่ม่วน ส่วนปิ๊กบ้านจะเป็นเหมือน Hostel ที่อยู่ในเมืองจะเหมาะสำหรับคนที่ Bagpack เพราะจะอยู่ในตัวเมือง สามารถขี่จักรยานหรือว่าเดินเล่นรอบเมืองได้ คุณใหม่มองว่าธุรกิจของตนต้องอยู่ร่วมกับชุมชนได้ ข้อแรกเลยเพราะคุณใหม่เป็นคนต่างถิ่นมา พอได้มาอยู่ก็ได้เห็นความดีงามของวัฒนธรรมท้องถิ่น มีความรู้สึกอยากเผยแพร่ให้คนได้เห็น และได้สัมผัสถึงความเป็นมิตร ความมีจิตใจดีของคนที่นี่ คุณใหม่จึงอยากให้คนที่มาพักมีความรู้สึกว่าเสมือนว่าได้มาเติมพลังชีวิต ให้มีความสดชื่น สดใส สบายใจ และพร้อมที่จะกลับไปลุยงานต่อได้อย่างมีความสุขมากขึ้น นี่คือเป้าหมายที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจของคุณใหม่ และอีกสิ่งหนึ่งที่คนมาพักจะได้รับรู้ ก็คือเขาจะเริ่มรู้สึกมองเห็นถึงความสำคัญในการกลับมาดูแลคนในครอบครัว เพราะเขาเห็นคุณใหม่ได้ใช้ชิวตอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขและอบอุ่นใจ สิ่งนี้ก็เปรียบเสมือนแรงบันดาลใจที่อยากให้คนในชุมชน คนรอบข้าง หรือคนอื่นๆที่ยังใช้ชีวิตแบบต้องพบเจอความวุ่นวายอยู่ รู้สึกได้ว่านี่คือความสงบอีกแบบหนึ่ง

img_2653

เมื่อถามถึงการนำเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้กับการดำเนินวิถีชีวิตแบบพอเพียง คุณใหม่ก็อธิบายถึงคาแร๊กเตอร์หรือเอกลักษณ์ของตนเอง รวมกับประสบการณ์ที่มี เนื่องจากเคยทำงานในสายงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มาก่อนผสมผสานกับแนวความคิดจากคนรุ่นเก่าอย่างคุณแม่ คุณน้า จนสร้างออกมาเป็นงานของตนเอง อย่างเมนูเสต็กที่มีทั้งข้าวเหนียวและใบตอง หรือแพคเกจของน้ำพริก ที่ทำให้ดูน่าซื้อ คุณใหม่เล่าถึงความสร้างสรรค์ในแบบที่ไม่ซ้ำใครว่า สิ่งนี้คือแนวทางที่ทำให้บ้านไก่ม่วนไม่เชย น้ำพริกที่ขาย ก็ไม่ใช่น้ำพริกบ้านๆธรรมดา เพราะมีการใส่ลูกเล่นที่แพคเกจโดยสื่อถึงความเป็นตัวเองลงไปด้วย แต่ความสร้างสรรค์ของคุณใหม่นั้น ไม่ได้แปลว่าต้องหาวัสดุอะไรที่สวยงามและหรูหรามาใช้ แต่เป็นการดัดแปลงทรัพยากรต่างๆที่มีรอบๆตัว อย่างในสวน ในบ้าน ต้นไม้ใบหญ้าที่มีอยู่มาดัดแปลงให้เกิดความสวยงาม และไม่ซ้ำใคร “เราหยิบจับเอาทรัพยากรที่เรามีอยู่นี้มาใช้ เพราะฉะนั้นมันไม่มีวันจน ใบกล้วยมันไม่มีวันหมด ใบกล้วยก็ปลูกต่อไปแบบนี้เรื่อยๆได้ ไม่ใช่ว่าเราต้องไปหาซื้อมาตลอด อันนี้คือแนวทางของเรา”

วันนี้คุณใหม่มั่นใจว่าตนเองเข้าข่ายของคำว่าพอแล้วดีจริงๆ คุณใหม่อธิบายว่า “คำว่าพอของเราคือเราไม่โลภ เราไม่แสวงหา ไม่วิ่งตาม ไม่ฟุ่มเฟือย พอความไม่โลภมันเกิดขึ้นแล้ว ความสุขมันก็เกิด มันจะรู้สึกว่าไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องวิ่งมาก ไม่ต้องมองใครเพื่อเอาเราไปเปรียบเทียบ เราก็จะมีความสุข เรามีแค่นี้ เราก็ทำแค่นี้ ทำได้เท่าที่กำลังเรามีอยู่ คนในบ้านก็มีความสุขที่ทำเท่านี้” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่แบบกบจำศีลทุกวัน หรือไม่ทำอะไรเลย เพราะนั่นก็ไม่ใช่ความพอเพียงแต่เป็นความขี้เกียจ ชีวิตคนเราต้องเดินต่อไป ทุกคนต้องกิน ต้องอยู่ ต้องใช้ ตามวิถีชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง จึงต้องหาวิธีทำงานยังไงให้มีความสุขในแบบของตัวเอง ไม่ใช่ทุกคนต้องกลับไปปลูกผัก มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าปลูกผักทุกบ้านแล้วจะใครซื้อผัก เพราะฉะนั้นแล้ว ในแต่ละคนก็จะมีไลฟ์สไตล์แตกต่างกันไป ความพอเพียงในแต่ละคนก็แตกต่างกันไป อย่างสำหรับตัวของคุณใหม่เอง คุณใหม่คิดว่า ทำทุกอย่างต้องประมาณตนว่าเราทำได้แค่ไหน เราโลภมากอยากได้เงินมากขึ้น เราเปิดร้านทุกวัน แต่คนในบ้านเราไม่มีความสุข เราก็ทำต่อไม่ได้

img_2676

สิ่งหนึ่งที่คุณใหม่อยากให้โครงการพอแล้วดี The Creator สะท้อนให้ทุกคนเห็น คือเราต้องเริ่มจากการรู้จักตัวเองก่อน รู้จักตัวเองประเมินตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน คิดอย่างมีเหตุมีผลว่าเมื่อเป็นแบบนั้นแล้วจะทำยังไงให้เป้าหมายสัมพันธ์กับตัวเองได้ ดูว่าเราจะสามารถเตรียมการอย่างไรให้เป็นภูมิคุ้มกันกับตัวเอง แล้วลองหาวิธีการอยู่ยังไงให้สามารถนำเอาตัวตนของตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด ที่สำคัญคือต้องไม่เบียดเบียนใคร จริงๆแล้วทุกอาชีพสามารถนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้หมดไม่จำกัดว่าต้องเป็นในเรื่องของเกษตรอย่างเดียว เพราะปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงนั้น รวมถึงทุกสิ่งอย่างในทุกสาขาอาชีพ แม้กระทั่งคนทำงานที่กรุงเทพ และพนักงานประจำ ก็สามารถนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้ ถ้าได้ลองทำครบจริงๆ ทั้งสามห่วงสองเงื่อนไขจะพบว่าตัวเราจะมีลิมิตแค่ไหนที่เพียงพอ แล้วเราจะมีความสุขมากขึ้น โดยที่ความสุขนี้ไม่ใช่ความสุขจอมปลอม แต่เป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากภายในตัวเอง

 

 

 

 

 

Scroll Up