img_3390

คุณปราชญ์ นิยมค้า หรือคุณแมน ผู้ก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์ Mann Craft หรือผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมครามจากเมืองสกลนคร ด้วยความรู้สึกหลงรักในงานศิลปะ และงานออกแบบบวกกับอุดมการณ์ที่อยากจะสืบทอดศิลปะ วิถีชีวิต  ความสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาของภูมิลำเนาท้องถิ่นของตนเอง ตราสินค้า Mann Craft จึงเกิดขึ้น

คุณแมน เป็นคนสกลนครโดยกำเนิด แต่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯตั้งแต่ 8 ขวบ จะได้กลับบ้านเฉพาะช่วงปิดเทอมเท่านั้น จึงไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิด และดูแลครอบครัว จนพอมาถึงช่วงที่คุณแม่ไม่ค่อยสบาย อยากจะกลับมาดูแลคุณแม่ คุณแมนกล่าวว่า “หากต้องเลือกระหว่างงานกับครอบครัว ผมขอเลือกครอบครัว” โดยในระหว่างที่กลับมาอยู่ที่บ้านเกิดนั้น คุณแมนพยายามมองหาอาชีพที่สามารถสร้างทั้งรายได้และความยั่งยืน ด้วยความรักในงานศิลปะ คุณแมนยังคงโฟกัสไปที่งานที่สามารถทำให้ตนเองได้ใช้ความรู้ที่เรียนมา ประกอบกับการนำความคิดสร้างสรรค์ของตนเองมาต่อยอด

img_3288

การค้นคว้าหาในสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ตัวเองจึงเริ่มขึ้น คุณแมนเริ่มหาว่าในจังหวัดสกลนคร ณ พื้นที่ที่ตนเองอยู่นั้นมีจุดแข็งอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในด้านวัตถุดิบ ภูมิปัญญา องค์ความรู้ต่างๆ รวมถึงช่างฝีมือที่มีประสบการณ์ คุณแมนมีความคิดว่าการที่เราจะดึงเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสู่สากล หรือว่าทำสินค้าให้ก้าวไกลไปจนสามารถส่งออกไปยังประเทศต่างๆได้นั้น น่าจะเป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานภูมิปัญญาเหล่านี้ เพราะปณิธานของแบรนด์ที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก คือต้องการสืบสาน สร้างสรรค์อีสานศิลป์ และการที่จะส่งต่อภูมิปัญญาให้คงอยู่นั้น ก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้ผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในสมัยนี้ โดยต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์เพิ่มเติม เพื่อทำให้งานออกมาร่วมสมัย และเหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

อีสานศิลป์ คืองานหัตถกรรมหลากหลายแขนง แต่สุดท้ายคุณแมนก็ไปตกหลุมรัก ‘คราม’ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดสกลนคร มีความเป็นมาหลายชั่วอายุคน ในจังหวัดสกลนครมีชนเผ่าพื้นเมืองที่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการปลูกคราม การเกี่ยวคราม การย้อมคราม ครามไม่ใช่สีผงที่เราเข้าใจ แต่เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง เป็นต้นไม้พืชตระกูลถั่ว มีการปลูกและเก็บเกี่ยวเหมือนเกี่ยวข้าว มีการหมักเพื่อสกัดสี มีการย้อม การเลี้ยงดู เนื่องจากการย้อมครามเป็นสีย้อมที่ใช้วิธีการหมัก ดังนั้นจึงมีสิ่งที่มีชีวิตอยู่ เขาเรียกว่าเป็นสีย้อมที่มีชีวิต พอเห็นกรรมวิธีย้อมครามแล้วรู้สึกว่ามีความท้าทาย เนื่องจากต้องมีการเลี้ยง การฟูมฟักให้เกิดสีสันขึ้นมา แล้วก็ต้องอดทนรอคอยในการย้อม ด้วยสาเหตุที่เป็นสีย้อมธรรมชาติ เราไม่สามารถที่จะกะได้ว่าวันนี้จะสามารถย้อมได้สีเข้มโทนนี้ หรือว่าไม่สามารถทำได้ในปริมาณมากๆ ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับการรอคอย และฤดูกาล ด้วยข้อจำกัดที่เยอะในขั้นตอนกระบวนการทำนั้น เลยทำให้คุณแมนรู้สึกว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก

img_3522

คุณแมนรู้จักตนเอง และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ ว่าสิ่งที่ตัวเองรักที่จะทำนั้นคืออะไร และมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะทำสิ่งๆนั้นไปเพื่ออะไร แต่ในช่วงเริ่้มธุรกิจ คุณแมนอาจจะมีความคิดเหมือนกับใครหลายๆคนที่มีธุรกิจเป็นของตนเอง ตรงที่อยากจะมีออเดอร์สินค้าเยอะๆ อยากมีกิจการใหญ่โต โดยที่ลืมนึกถึงผลกระทบหลายๆอย่างที่จะเกิดขึ้น อาทิเช่น เมื่อออเดอร์เยอะ ผลิตสินค้าไม่ทัน ตนเองเครียด ช่างทอผ้าเครียด รู้สึกไม่มีความสุขทั้งๆที่ได้เงินเยอะ คุณแมนเลยหันมาทำความเข้าใจวิถีชีวิตของคนที่อยู่ในทีมงาน อย่างเช่นบรรดาช่างฝีมือในชุมชน ว่าเขามีความพร้อม มีทักษะ มีข้อจำกัดในการทำงาน และวิถีชีวิตเป็นอย่างไร พร้อมกับเคารพในข้อจำกัดนั้นๆ คุณแมนมีความคิดว่า “เราทำเท่าที่เราทำได้ก่อน คำว่าเรา ไม่ใช่ผมคนเดียว แต่รวมถึงทีมงานของผมทำได้ แล้วทำได้แบบมีความสุข ดังนั้นผมเปลี่ยน เปลี่ยนใหม่ เปลี่ยนระบบความคิด แล้วก็เปลี่ยนการทำงาน” ซึ่งมีการประเมินอยู่ตลอดว่าสิ่งที่ทีมงานทำอยู่ มีความสุขหรือเปล่า ทุกคนรู้สึกโอเคไหม มีด้านไหนบ้างควรปรับปรุง หรือขาดเหลืออะไรหรือเปล่า เพราะสิ่งที่ต้องการ คืออยากจะให้ทุกคนมีความสุข

ตอนนี้เป้าหมายของคุณแมนจึงไม่ใช่การมียอดสั่งสินค้าที่เยอะจนเกินศักยภาพที่ตนเองและคนในชุมชนจะทำไหว แต่เป็นการทำในปริมาณที่มีคุณภาพ ทุกคนมีความสุข และธุรกิจดำเนินอยู่ได้ พอของผมไม่ได้แปลว่า พอแล้วต้องหยุด 100 เปอร์เซนต์ หรือหยุดอยู่กับที่ แต่เป็นการพอ ที่เมื่อเราพอเราพร้อมที่จะแบ่งปัน” คำว่าพอสำหรับคุณแมนเป็นจุดเริ่มต้นของการเห็นคุณค่าในตัวเอง ซึ่งทำให้เห็นคุณค่าของผู้อื่นได้มากขึ้น ถ้าเกิดว่ายังไม่รู้จักคำว่าพอ ก็ไม่มีทางได้เห็นคุณค่าอย่างแท้จริงว่าอยู่ตรงไหน

img_3368

            คุณแมนคิดว่าการที่เราจะดำเนินธุรกิจไปได้อย่างยั่งยืนนั้น นอกจากการรู้จักตัวเอง ที่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญแล้ว การใส่ใจคนรอบข้าง คนที่ทำงานร่วมกับเรา หรือคนในชุมชน ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน แต่ก่อนที่เราจะมองเห็นความสำคัญในสิ่งต่างๆได้นั้น เราต้องเรียนรู้ให้ได้ว่าแค่ไหนถึงเรียกว่าพอดี เมื่อเรารู้สึกได้ถึงความพอดีแล้ว ความรู้สึกอยากแบ่งปันจะเกิดขึ้น ทุกวันนี้ธุรกิจแมนคราฟท์สามารถดำเนินไปได้แบบไม่เดือดร้อน และไม่สร้างความกดดันให้กับช่างฝีมือ นับว่าเป็นการพบกับความพอสำหรับทั้งทีมงาน ทุกคนมีความสุขในการสร้างสรรค์ สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นคำตอบให้เราได้เห็นว่า ‘พอแล้วดี’ อย่างไร…

 

Scroll Up