เก่ง – นครินทร์ ยาโน

Yano กับโควิด-19

สุขของการให้และได้รับแบบฉบับ YANO ในวิกฤติโควิด

เชียงใหม่เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างมหาศาลจากวิกฤติโควิด-19 ในวันที่นักท่องเที่ยวหายไป เชียงใหม่แทบหยุดหายใจ

เก่ง – นครินทร์ ยาโน
เก่ง – นครินทร์ ยาโน

YANO แบรนด์ดีไซน์เนอร์งานผ้าแห่งดินแดนเชียงใหม่ ของ พี่เก่ง นครินทร์ ยาโน ธุรกิจที่บอกว่าตัวเอง “สุขที่ได้แบ่งปัน” งานผ้าของพี่เก่งที่ผ่านมาได้สร้างคุณค่าให้กับชุมชน คนท้องถิ่น ไปจนถึงผู้หลงผิดในเรือนจำ

แล้วในวันที่ยากลำบากอย่าง ณ ตอนนี้ YANO ยังมีความสุขกับการแบ่งปันอยู่หรือเปล่า…

“เราคิดว่าถ้าทำอย่างเดียวมันเสี่ยง ก็ทำสินค้าหลายทางมาตลอด มีทั้งเสื้อผ้าและของที่ระลึก ขายอยู่ทั้งที่คิงพาวเวอร์, ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินภูเก็ต, ไอคอนสยาม, สยามดิสคัฟเวอร์รี เพราะคิดมาตลอดว่า ตลาดหนึ่งหายไป อีกตลาดก็ยังคงอยู่ได้”

ด้วยความที่ YANO เป็นแบรนด์นักออกแบบงานผ้า สินค้าของพี่เก่งจึงสามารถปรับเปลี่ยนไปอยู่ในหลากหลายรูปแบบ ในภาวะปกติ เราจะเห็นสินค้าของ YANO อยู่ในห้างสรรพสินค้าต่างๆ และงานแสดงสินค้าใหญ่ๆ ทั้งในรูปแบบของที่ระลึก และเสื้อผ้า ซึ่งทั้งสองรูปแบบต้องหยุดชะงักลง เพราะสถานการณ์โควิด

“ตอนโควิดระลอกแรกเครียดมาก เพราะเราวางแผนผลิตไว้ตั้งแต่ปลายปี ซึ่งจะมีงานแสดงสินค้าอีกหลายงานที่เราต้องไป ช่วงต้นปี ตั้งแต่ กุมภา มีนา เมษา ซึ่งงานทั้งหมดใช้ชุมชนหมดเลย เราเริ่มคุยกับทีมงานว่า ถ้างานต้องถูกยกเลิก เราต้องวางแผนใหม่หมดเลย”

>> ปรับตัวตามสถานการณ์

“พอมันมีการระบาดที่บ้านเราแบบจริงๆ จังๆ ความเครียดมีแน่นอน ส่วนตัวเราเองไม่เท่าไรเพราะเป็นเจ้าของกิจการ ต้องนึกถึงทีมงานเขาก่อน เพราะว่าตัวรายได้หลักเราเป็นศูนย์ จากที่เคยได้หลักแสน เราจะทำอย่างไรให้มีรายได้เข้ามาเติมในส่วนนี้ คนที่ทำงานให้กับเรา ทุกคนมีรายจ่าย มีครอบครัว แล้วทุกคนทำกับพี่เหมือนเป็นพนักงานประจำ แต่รับเป็นรายชิ้น เพราะคนตัดเย็บกับคนปักทำงานด้วยเวลาไม่เท่ากัน คนตัดเย็บเร็ว คนปักจะช้ากว่า เราก็ต้องให้คนเย็บพยายามออกแบบลวดลายผ้าอื่นที่ใช้ความสามารถของคนเย็บมากกว่าคนปัก เพื่อให้เกิดความสมดุลและได้ทำงานเหมือนกัน”

เก่ง – นครินทร์ ยาโน
เก่ง – นครินทร์ ยาโน

“อีกอย่างคือทีมงานโดยมากเป็นผู้สูงอายุ อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทุกบ้าน หลังจากเริ่มการระบาด เราปิดบ้านล็อคดาวน์ตัวเอง เราเริ่มจัดการของที่มีในสต็อค จัดลดล้างสต็อคสินค้าที่มีอยู่จนเกือบหมด เพื่อให้มีทุนเลี้ยงทีมงานได้อีก 2 – 3 เดือน ทุกคนแค่ไม่เจอกัน แต่ยังทำงานเหมือนเดิม ยังทำงานปกติ มีที่หยุดแค่งานของที่ระลึก พอเราไม่มีออเดอร์ของที่ระลึก เราเลยมานั่งดูว่าคนที่ทำงานของที่ระลึกไม่ได้ จะมาทำอะไร เราเปลี่ยนคนที่ทำส่วนงานของที่ระลึกมาทำเสื้อผ้า ก็กลายเป็นว่าเราได้คนทำเสื้อผ้ามากขึ้น ทุกคนมีความสุขเพราะยังได้ใช้ความสามารถแบบเดิม เย็บปักถักร้อยเหมือนเดิม พอคนใช้หน้ากากอนามัยกันมากขึ้น เราก็ปรับมาทำหน้ากากผ้า”

>> หน้ากากที่แบ่งปันความสุข

ในวันที่ทุกคนต่างปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ หลายๆ คนหันมาเป็นพ่อค้าแม่ค้า เรายังได้เห็นข่าวการกักตุนสินค้า การเก็งกำไรจากราคาหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ บางช่วงไปได้ดี บางช่วงการกักตุนเก็งแต่กำไร นำพาไปถึงความล่มสลายก็มี อย่างที่เราเห็นตามหน้าสื่อได้ทั่วไป

สำหรับ YANO ที่ปรับตัวตามสถานการณ์เช่นเดียวกันกับผู้คนอีกมากมาย สิ่งที่ทำให้ YANO ยังยืนอยู่ได้ด้วยความมั่นคงก็คือ แนวทางที่เจนจัดของแบรนด์ และการที่ไม่ยอมหลงทางไปกับสิ่งยั่วยวน ในวันที่ใครๆ ก็คิดกันแต่เรื่องเงิน

เก่ง – นครินทร์ ยาโน
เก่ง – นครินทร์ ยาโน

“ตอนช่วงรอบแรกมีปัญหาหน้ากากมาก เริ่มรณรงค์ใช้ ของหายาก คนต้องการหน้ากากอนามัยมาก เราเริ่มสร้างภูมิคุ้มกัน มีเหตุมีผลมาใช้บริหารจัดการตอนที่ปรับตัว เพราะทุกคนหันมาทำหน้ากาก เราต้องไม่หลุด ต้องไม่ลืมว่าเรา เป็น อยู่ คือ อย่างไร ไม่ลืมว่าเรากำลังทำอะไร เราจึงวางแผนทำงานก่อนหน้า 2 เดือน ศึกษาว่ามาตรฐานหน้ากากที่ดีมีอะไรบ้าง ต้องมีสรรพคุณอย่างไร บวกกับต้องมีดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ความเป็น YANO ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ยังมีงานเย็บปักถักร้อยเหมือนเดิม แต่มีคุณภาพที่ป้องกันคนใส่ได้”

>> ต้องมีหลักให้ยึดในวันที่เจอปัญหา

ในช่วงที่มีปัญหา มีความเครียดจากสภาวะการเงิน พี่เก่งเล่าให้เราฟังว่า การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้บริหารจัดการแบรนด์ในช่วงโควิด เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ YANO พร้อมรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น

“ถ้าเราไม่รู้วิธีการจัดการแบบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เราจะเผชิญปัญหาด้วยอารมณ์ที่มากเกินกว่าความเป็นจริง แต่กลับกลายเป็นว่า เราพร้อมรับปัญหา มีสติ มีวิธีการจัดการ พี่เชื่อว่าการสื่อสารกับลูกค้า ไม่ได้เป็นต้นตอของปัญหา ทุกคนปรับตัวหมดรวมทั้งลูกค้าเอง ทำให้เรารู้ว่า หากเราไม่เก่งออนไลน์ แต่การรู้ปัญหา ก็ทำให้เราสามารถแก้ไขได้ ถ้าเราไม่ถนัด เราก็หาคนมาทำให้ จนกระทั่งพอเข้าช่วงสิงหา กันยา ทุกคนก็หันกลับมาใช้ชีวิตได้เกือบปกติ งานอีเวนท์ก็กลับมาเปิด ทำให้มีรายได้มาจนถึงปลายปี ยอดขายที่เราออกงานก็เป็นกอบเป็นกำจนกระทั่งการระบาดระลอกที่สอง”

>> เราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกทาง

หลังจากการระบาดระลอกแรก สิ่งที่ YANO เรียนรู้คือ ต้องปรับตัวให้เข้ากับการทำตลาดออนไลน์มากขึ้น โดยแม้จะไม่มีความถนัดด้านนี้เท่าไรนัก แต่พี่เก่งก็สามารถหา “คู่ค้า” มาช่วยแก้ไขปัญหาในจุดนี้ได้

เก่ง – นครินทร์ ยาโน
เก่ง – นครินทร์ ยาโน

“ตลาดหลักลูกค้ากรุงเทพก็ยังไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก เชียงใหม่ยังมีงานแสดงสินค้าให้ออก ช่วงนั้นเราได้เจอคู่ค้าชาวจีนในตอนที่เราไปออกงานเชียงใหม่ ดีไซน์วีค เขาใช้วิธีพานางแบบมาไลฟ์สดที่บ้านเรา เดือนละ 1 ครั้ง เป็นการไลฟ์สดกลับไปยังประเทศจีน สำหรับลูกค้าที่ชอบงานคราฟท์ชาวจีน ที่ไม่สามารถบินมาซื้อสินค้าที่เมืองไทยได้ ซึ่งตอนนั้นต้องบอกเลยว่า ถ้าไม่ได้คู่ค้า กับตลาดชาวจีนมา มันเกิดความอิ่มตัวของตลาดคนไทย คือซื้อแล้วไม่รู้จะใส่ออกไปไหน (เพราะทุกที่เสี่ยงหมด จนคนไม่อยากออกจากบ้าน) มันเป็นเหมือนแสงสว่างให้เราในช่วงนั้นว่า สินค้าของเรามีที่ไป ถึงแม้ว่าเมืองไทยไม่มีงานให้เราออกแสดง สินค้าของที่ระลึกก็ขายไม่ได้ แต่อย่างน้อย เรายังมีลูกค้าที่เหมือนกับเป็นการขายส่งออก ไม่ต่างกับที่เราได้เจอผู้ซื้อจากต่างประเทศในงานจับคู่ทางธุรกิจต่างๆ”

ซึ่งการทำงานกับคู่ค้าของพี่เก่ง สามารถสร้างรายได้เลี้ยงแบรนด์ YANO ตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่ง… ระลอก 3 ของการระบาด

>> จงเป็นแบรนด์ที่คนรัก

“โควิดระลอกที่  3 ในเชียงใหม่รุนแรงจนทำให้ทุกคนกลัว คู่ค้าชาวจีนก็กลัว ตัวพี่เองก็กลัว เลยไม่ได้ไลฟ์ขายของ แต่โชคดีที่ก่อนหน้าของการระบาด เราเพิ่งไลฟ์ขายของไป สองเดือนต่อจากนี้เราจึงยังมีเงินดูแลช่าง ทุกคนยังทำงานเหมือนเดิม ทำงานเพื่อมีสต็อคสินค้าเหมือนเดิม ช่วงตอนที่เราขายลูกค้าจีน เราไม่มีสินค้าให้ลูกค้าคนไทยเลย พอตอนนี้กลับมาทำตลาดคนไทย เรากลับเห็นความน่ารัก เห็นน้ำใจจากลูกค้าที่เป็นฐานลูกค้าเดิมของเรา”

หลังจากการระบาดโควิดระลอกที่สามที่เชียงใหม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จนตลาดจีนก็ไม่สามารถส่งสินค้าไปขายได้ YANO ปรับรูปแบบการทำงาน จากที่เคยทำสินค้าเป็นสต็อคแล้วค่อย เปลี่ยนมาเป็นการทำสินค้าแบบ “สั่งตัด” กับฐานลูกค้าเดิมมากขึ้น-kp

เก่ง – นครินทร์ ยาโน
เก่ง – นครินทร์ ยาโน

“พอเรามารับทำแบบสั่งตัด ก็มีลูกค้าเดิมคนไทย สั่งเข้ามาเรื่อยๆ ทุกคนช่วยกันซื้อ เราเห็นน้ำใจลูกค้า เราเองอยากลดราคาให้ แต่กลับเป็นลูกค้าเองที่บอกกับเราว่า ห้ามลดราคา”

>> 1 FOR 1

วิกฤติครั้งนี้เราได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างในมุมที่น่าสนใจ น้ำใจจากลูกค้า ความรักที่มีต่อแบรนด์ถึงขั้นที่ว่า ดีไซน์เนอร์อยากลดราคาให้เป็นการตอบแทน แต่ลูกค้าไม่ยอมเพราะรัก และต้องการสนับสนุน พี่เก่งเลือกที่จะส่งต่อความรู้สึกดีๆ เหล่านี้ผ่านแคมเปญการขายหน้ากากผ้าของ YANO ในรูปแบบ 1 for 1

“ด้วยเราไม่ได้มีภาระเยอะ ไม่ได้ผ่อนอะไรเยอะ ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครมาใช้กระเป๋าเดียวกับเรา เราจึงพยายามหาความสมดุล จัดการปรับวิธี ตอนนั้นเรารู้ว่าทุกคนกำลังขาดหน้ากากผ้าอยู่ เราทำเป็นแคมเปญหน้ากากผ้า 1 For 1 ซื้อ 1 ชิ้น ส่งมอบให้กับคนอื่นอีก 1 ชิ้น สรรพคุณทุกอย่าง ผ้าทุกชิ้นคนซื้อกับคนที่ได้รับฟรีจะได้ทุกอย่างเหมือนกันเลย นอกจากเป็นการส่งต่อความสุขที่ได้ให้ รายได้ตรงส่วนนั้นก็สามารถทำให้เรามีงานต่อได้อีกหลายเดือน”

ผมเชื่อว่าเรื่องราวของพี่เก่ง เป็นอีกหนึ่งมุมที่สะท้อนให้เราเห็น ถึงการวางแผน การปรับตัว การสร้างแบรนด์ที่ตั้งรากฐานมาจากการแบ่งปัน จนส่งผลให้ลูกค้ารู้สึก รับรู้และพร้อมที่จะสนับสนุนแม้ในช่วงวิกฤติ

ผมไม่สามารถหาบทสรุปที่สวยหรูให้กับเรื่องราวการรับมือโควิดของ YANO ให้กับทุกๆ คน จนถึงวันที่งานชิ้นนี้เผยแพร่ออกไป ในสถานการณ์ที่เลวร้ายลุกลามทวีความรุนแรง ผมเองก็ไม่รู้ว่าวันนั้น YANO ของพี่เก่ง จะหกล้มคลุกคลานหรือต้องผ่านการต่อสู้อีกมากขนาดไหน

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจอย่างเป็นมั่นเหมาะ ในวิกฤติการณ์โควิดครั้งนี้ ที่เราทุกคนต่างเผชิญพร้อมกันไปกับอีกหลายล้านชีวิตทั่วโลกเหมือนๆ กัน …

การสร้างรากฐานแบรนด์ให้มั่นคง อย่างที่รู้จักตัวเอง ตัดสินใจอย่างมีสติ มีเหตุมีผล และวางแผนรับมือกับความเสี่ยงกระทั่งในสภาวะอันเลวร้ายที่สุด อย่างที่เราได้เห็นจากเรื่องราวของพี่เก่ง

YANO จะเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ ที่ผ่านพ้นเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน

:::

พอแล้วดี The Creator : เก่งนครินทร์ยาโน

ธุรกิจ : YANO

ผู้อ่าน :
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on email
Email